มาคุ! ชร.ผอ.สพท.ขู่ยื่น" บิ๊กตู่" แก้โครงสร้างศธจ.เองถ้า" หมอธี" ไม่รับลูก ซัด 8 เดือนปัญหาอื้อ เล็งล็อบบี้พรรค

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 30 พฤศจิกายน 2560
  • เข้าดู : 47 ครั้ง

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน นายธนชน มุทาพร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)ชัยภูมิ เขต 1 ในฐานะประธานชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย (ชร.ผอ.สพท.) และรักษาการเลขาธิการสมาคมนักบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย(ส.บ.พ.ท.) เปิดเผยกรณีมีข่าวว่า ชร.ผอ.สพท. ได้รวบรวมรายชื่อผู้เกี่ยวข้อง 50,000 ชื่อเสนอนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)เพื่อขอให้ยกเลิกข้อที่ 13 ในคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 19/2560 เรื่องการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ระบุว่า การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัดหรือกรุงเทพมหานคร ตามมาตรา 53 (3) และ (4) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้ ศธจ. โดยความเห็นชอบของ คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด(กศจ.)เป็นผู้มีอํานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง นั้นว่า เป็นความจริง โดยภายในเดือนธันวาคมนี้ จะขอเข้าพบนพ.ธีระเกียรติเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว โดยหากไม่รับข้อเสนอไปเสนอผู้มีอำนาจพิจารณาแก้ไขคำสั่งคสช. ทางชร.ผอ.สพท.พร้อมด้วยสมาชิกส.บ.พ.ท. โดยมีองค์กรครูทั่วประเทศร่วมสมทบ จะขออนุญาตรัฐมนตรีว่าการศธ.ขอเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คสช.และคณะรัฐมนตรี(ครม.)ด้วยตัวเอง ทั้งนี้เนื่องจากชร.ผอ.สพท.ได้พยายามทำตามข้อเสนอของนพ.ธีระเกียรติ ที่ว่าให้สพท.และศึกษาธิการจังหวัด(ศธจ.)ลองบูรณาการการทำงานในพื้นที่ภายใต้การไม่แก้ไขกฎหมายก่อน ชร.ผอ.สพท.ลองมาแล้วทุกทาง แต่พบว่าปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากโครงสร้างใหม่ในภูมิภาค ไม่สามารถแก้ไขได้ เนื่องจากต้นเหตุของปัญหาคือ ข้อที่ 13 ของคำสั่ง คสช.ยังไม่ได้รับการแก้ไข

ประธานชร.ผอ.สพท. กล่าวต่อว่า นับแต่วันที่ 3 เมษายนที่มีคำสั่ง คสช.ดังกล่าว ส่งผลให้เพิ่มขั้นตอน เสียเวลา สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย ภาระงานไม่ได้ลดน้อยลง แต่บุคลากรน้อยลงเพราะถูกถ่ายโอนไปสังกัดศธจ.และสำนักงานศึกษาธิการภาค(ศธภ.) ขณะที่ในสำนักงานศธจ.และศธภ. มีคนมากกว่างาน ทั้งนี้ส่งผลให้เขตพื้นที่ฯ ต้องหางบประมาณมาจ้างบุคลากรทดแทนเพื่อมาทำงาน และยังส่งผลกระทบต่อครู โรงเรียนและเขตพื้นที่ฯ เช่น ข้าราชการครูบรรจุใหม่กว่าจะได้รับเงินเดือนต้องใช้เวลา 2-3 เดือน อาทิ สพป.ชัยภูมิ เขต 1 มีครูบรรจุใหม่ วันที่ 9 พฤศจิกายน กว่าจะได้รับเงินเดือนก้อนแรกคือเดือนมกราคม 2561 เนื่องจากติดขัดขั้นตอนทางราชการที่เพิ่มขึ้น, การประชุมของกศจ. 98% เป็นเรื่องงานบุคคล มีแค่ 2% ที่เป็นเรื่องแผนและยุทธศาสตร์ ฉะนั้นกศจ.จะมีเวลาไปบริหารงานตามเป้าหมายของโครงสร้างใหม่ได้อย่างไร, เลื่อนขั้นเงินเดือน โดยปกติเดือนตุลาคมเสร็จแล้ว แต่ปัจจุบันหลายคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด(กศจ.)ยังไม่ส่งเรื่องเลื่อนขั้นเงินเดือน เช่น มุกดาหาร สุรินทร์ เป็นต้น, การพิจารณาเรื่องขอมีและเลื่อนวิทยฐานะของครูล่าช้าซึ่งส่งผลต่อการปรับเงินเดือนอันจะนำไปใช้เป็นฐานเงินเดือนในการกู้ธนาคารออมสิน ส่งผลให้ครูไม่สามารถยื่นกู้ได้, การอนุมัติการลาออกของข้าราชการครูหรือการแต่งตั้งรักษาการรองผู้อำนวยการโรงเรียนและรักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนล่าช้าเพราะต้องเพิ่มขั้นตอนที่ต้องเสนอศธจ. เป็นต้น ขณะนี้ 225 เขตพื้นที่ฯ ทั่วประเทศได้รับความเดือดร้อนจากคำสั่งคสช.ที่มอบอำนาจตามมาตรา 53 ให้กับศธจ.และกศจ.

ขณะนี้เราอยู่ระหว่างสำรวจสพท.ทั่วประเทศ 3 เรื่อง คือ 1.ผลกระทบของทุกเขตจากคำสั่ง หัวหน้าคสช.ที่ 19/2560 2.ภาระงบประมาณที่เพิ่มมากขึ้นจากการต้องตั้งงบสำหรับค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าพาหนะที่เกิดจากการส่งเอกสารทางราชการไปยังศธจ. เช่น สพป.นครราชราชสีมา เขต 6 ต้องตั้งงบเพื่อการนี้ถึง 1 ล้านบาทจากเดิม 5 แสนบาท สพป.นครราชสีมา เขต 5 มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเดือนละ 20,000 บาท เป็นต้น และ3.วาระการประชุมของกศจ.เพื่อเปรียบเทียบวาระการประชุมด้านงานบุคคลกับงานแผน/ยุทธศาสตร์ ทั้งนี้หลังจากได้ข้อมูลครบถ้วนแล้วจะนำเสนอรัฐมนตรีว่าการศธ.ประกอบการพิจารณาแก้ไขบทบาทหน้าที่ของกศจ./ศธจ.ใหม่ โดยให้กศจ.ดูแลแค่เรื่องแผน/ยุทธศาสตร์/บูรณาการในจังหวัดในฐานะเสนาธิการในจังหวัด ส่วนงานบุคคล ขอให้เป็นหน้าที่ขององค์คณะบุคคลกลาง หรือคณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัดหรือดึงคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(อ.ก.ค.ศ.)เขตพื้นที่ฯ กลับมา แต่วางระบบการคัดกรองและตรวจสอบที่เข้มข้นเพื่อป้องกันการเรียกรับผลประโยชน์เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนในอดีตที่เกิดขึ้นกับบางคนและบางเขตซึ่งเป็นส่วนน้อย นายธนชนกล่าว

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/news/747846

ร่วมแสดงความคิดเห็น