ปักหมุดร้านน่ารัก! คาเฟ่สไตล์วินเทจที่คนรักสัตว์ต้องมา @Cafe Noir

  • หมวดหมู่ : ไลฟ์สไตล์ วันที่ : 18 พฤศจิกายน 2560
  • เข้าดู : 41 ครั้ง

ภาพไฮไลต์

เดินทางเข้าสู่โลกของความหอมหวาน ผ่านบานประตูของ Cafe Noir คาเฟ่สไตล์วินเทจผสานความโมเดิร์น! พร้อมด้วยพนักงานต้อนรับพันธุ์ Scottish Terrier สุดคิวท์!

นานน๊านจะได้แวะมาทำธุระแถวงามวงศ์วานสักที ไม่ได้มานานจนไม่รู้เลยว่าแถวนี้มีร้านดีร้านเด็ดอะไรบ้างน้า โชคดีที่เพื่อนสาวคนดีกำชับมาแล้ว ว่าถ้าผ่านมาแถวนี้ต้องแวะไปร้าน Cafe Noir ให้ได้ ห้ามพลาดเด็ดขาด! ถ้าพลาดแซนด์จะต้องเสียใจ! เอ้า! พูดกันขนาดนี้ แซนด์ก็ต้องแวะไปดูสักหน่อยแล้วล่ะค่ะ!

Cafe Noir ตั้งอยู่ในซอยงามวงศ์วาน 44 เลยค่ะ เดินเข้ามาประมาณ 200 เมตร ร้านจะอยู่ทางขวามือ แวบแรกที่เห็น ต้องบอกว่าร้านสวยมากจริง ๆ ค่ะ เป็นร้านกาแฟขนาดใหญ่สองชั้น ชั้นล่างเป็นโต๊ะกาแฟ ส่วนชั้นบนเป็นห้องประชุมค่ะ นอกจากนี้ ทางร้านยังมีพื้นที่ส่วน Outdoor สำหรับคนที่อยากสัมผัสแสงแดดอุ่น ๆ และความร่มรื่นด้วย ขอบอกว่าบรรยากาศด้านนอกผ่อนคลายมาก ๆ ใครเครียดกับงาน ก็แวะออกมานั่งมองฝูงปลาคาร์ปว่ายไปว่ายมาได้เลย~

ร้านใหญ่มาก~ บรรยากาศดีมาก มีบ่อปลาด้วย คิวท์เว่อร์!

ความพิเศษของ Cafe Noir คือความผสมผสานสไตล์การตกแต่งที่มีทั้งความเป็นวินเทจ และโมเดิร์น โดยด้านนอกร้านจะเป็นสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นตามความชอบของคุณฝน ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน แต่ด้านในจะใช้เฟอร์นิเจอร์สไตล์วินเทจตามความชอบของคุณแม่ของคุณฝนนั่นเองค่ะ และที่ขาดไม่ได้ ก็คือดาราดังของที่นี่ เจ้า ขนมเปี๊ยะ และ เปียกปูน สุนัขพันธุ์ Scottish Terrier น่ารักน่ากอดทั้งสองตัวนี้เลย

น้องเปียกปูน น้องขนมเปี๊ยะ แล้วก็น้องแซนด์เองงง

เดินทางมาไกลพอสมควร แซนด์เลยขอสั่งเครื่องดื่มเย็น ๆ ชื่นใจ Lychee Rosy Soda (115 บาท) ลิ้นจี่โซดากลิ่นกุหลาบ รสชาติไม่หวานมาก แต่ซ่าได้ใจ หอมกลิ่นกุหลาบอ่อน ๆ อบอวลอยู่ในปากเลย กินคู่กับ Lychee Rosy Cheese Pie (155 บาท) ชีสพายกุหลาบ เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน ที่มาแล้วพลาดไม่ได้! ครีมชีสไม่หวานมาก แต่นุ่มมาก~ ทางร้านโรยกุหลาบมาให้ด้วย ยิ่งกินคู่กับลิ้นจี่ที่วางอยู่ข้าง ๆ แล้วได้รสที่ผสมกันของความเปรี้ยวเล็ก ๆ จากลิ้นจี่ และความหอมของกุหลาบคือฟิน~

Signature จากทางร้าน บอกเลยว่า พลาดไม่ได้!

ติดใจขนมหวานของทางร้านเข้าแล้ว เลยขอสั่งอีกสักเมนู เครปโอวัลตินภูเขาไฟ (175 บาท) เครปเค้กโรยหน้าด้วยโอวัลตินดิบ เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมโอวัลติน ปิดท้ายด้วยพระเอกของจานอย่างนมข้นหวาน ตรามะลิ Mali Easy Squeeze บีบนิดเดียว ก็ได้ความหวานลงตัวแล้วจ้า

มาถึง Cafe Noir ทั้งที ก็ต้องลองกาแฟของทางร้านสักหน่อย Coffee Frappe Noir (135 บาท) กาแฟเย็นเข้มข้น ที่ได้สัมผัสนุ่มละมุนจากข้นจืด ตรามะลิโกลด์ และความหวานหอมจากนมข้นหวาน ตรามะลิแก้วนี้ดีงามจริง ๆ

Coffee Frappe Noir

กินไปกินมาก็เริ่มจะหิวเข้าจริง ๆ ซะแล้วค่ะ แซนด์เลยสั่ง Cigar Noir (149 บาท) เปาะเปี๊ยะไส้กุ้งผสมหมูสับ มาลองทานสักหน่อย จานนี้เป็นเปาะเปี๊ยะยาว ๆ เสิร์ฟพร้อมสลัดผัก ตัวเปาะเปี๊ยะกรอบมาก ไส้ก็รสชาติพอดี เป็นอีกเมนูที่แซนด์ติดใจเลย

ปิดท้ายกันที่ ข้าวหน้ากุ้งพริกสดไข่ข้น (149 บาท) ข้าวไข่ข้นนุ่ม ๆ ที่มีข้นจืด ตรามะลิโกลด์ เป็นตัวช่วยเสริมความละมุนให้เนื้อไข่ ราดด้วยน้ำซอสพริกขี้หนู และกุ้งตัวใหญ่เนื้อเด้ง จานนี้ออกรสเผ็ดนิดหน่อย แซนด์ว่าแปลกดี ไม่ค่อยเจอข้าวไข่ข้นที่รสประมาณนี้ โดยรวมแล้วชอบเลยค่ะ

ร้าน Cafe Noir จะเปิดให้บริการทุกวัน โดยวันจันทร์ - วันพฤหัสบดี จะเปิดตั้งแต่ 10.00 - 20.00 น. และวันศุกร์ - วันอาทิตย์ จะเปิดตั้งแต่ 10.00 - 22.00 น. ส่วนน้อง ขนมเปี๊ยะ และ เปียกปูน คนดังของทางร้านนั้น จะมาแค่บางวันค่ะ หากใครอยากรู้ว่าน้องจะมาวันไหนบ้างก็ติดตามได้ทางเฟซบุ๊กของทางร้านได้เลย อ๊ะ! แต่ทาง Cafe Noir ได้ขอไว้ว่า ห้ามนำสุนัขตัวอื่นมาที่ร้านนะคะ เพราะเจ้า ขนมเปี๊ยะ และ เปียกปูน หวงที่มาก เกรงว่าสุนัขของแขกที่มาจะได้รับอันตรายค่ะ นอกจากนี้ ทางร้านยังรับจัดอีเวนท์ และรับงานถ่ายภาพด้วย ใครอยากมาถ่ายรูปสวย ๆ ในบรรยากาศดี ๆ ก็ติดต่อทางร้านได้เลย~

การเดินทาง

ร้าน Cafe Noir อยู่ในซอยงามวงศ์วาน 44 (ก่อนถึงโรงพยาบาลวิภาวดี) ตรงเข้ามาในซอยประมาณ 200 เมตรค่ะ ร้าน Cafe Noir จะอยู่ทางขวามือ สามารถขับรถส่วนตัวมาได้ เพราะทางร้านมีที่จอดรถกว้างมาก~

ร่วมแสดงความคิดเห็น