'ภูทับเบิก' ยังไม่สิ้น เสียงระเบิด

  • หมวดหมู่ : ทั่วไป วันที่ : 14 กันยายน 2560
  • เข้าดู : 21 ครั้ง

สกู๊ป-ภูทับเบิก1

พลันที่เกิดเหตุการณ์ระเบิดขึ้นที่บริเวณปากทางแยกเข้า ภูทับเบิก ต.วังบาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา

ส่งผลทำให้นายสวน อ่อนตา อายุ 63 ปี คนขับรถโดยสารเคราะห์ร้าย ที่แวะจอดรถและเดินไปปัสสาวะในป่าพงหญ้าริมถนนถึงกับเสียชีวิตทันที ขณะที่นักท่องเที่ยวหญิงอีก 2 คน ได้รับบาดเจ็บ

ทำให้แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดเพชรบูรณ์แห่งนี้ถูกตั้งคำถามขึ้นทันทีว่า จะเป็นสวรรค์ของผู้เสพธรรมชาติŽ ต่อไปหรือไม่ ยิ่งเมื่อพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุที่ชุดเก็บกู้ระเบิด (EOD) และชุดพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบพบ

แม้จะไม่มีการแถลงอย่างเป็นทางการ แต่ข่าววงในโดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคงต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ระเบิดลูกนี้ปูมหลังไม่ธรรมดา เป็นกระสุนปืน ค.81 ถูกดัดแปลงเป็นระเบิดแสวงเครื่อง

คนร้ายที่ดัดแปลงระเบิดลูกนี้พร้อมวางระเบิดในลักษณะแบบนี้ถือว่าอยู่ในระดับขั้นเทพ ส่วนปมเหตุที่ทำให้ทางฝ่ายความมั่นคงและทางฝ่ายสอบสวนต้องทิ้งน้ำหนักไปที่เป้าหมายต้องการสังหารเจ้าหน้าที่

เพราะจุดบึ้มอยู่ใกล้กับบริเวณจุดหรือสถานที่ตั้งเป็นศูนย์อำนวยการและจะมีการเรียกระดมกำลังเจ้าหน้าที่ ก่อนจะมีการเข้าปฏิบัติการรื้อถอนรีสอร์ตบนภูทับเบิก

แต่โชคร้ายของนายสวนที่พลาดไปถูกกลไกของระเบิดจนตูมขึ้นก่อน ในทางตรงกันข้ามก็ถือเป็นความโชคดีของคณะเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ เพราะหากระเบิดลูกนี้ทำงานในช่วงที่ขณะกำลังพลเจ้าหน้าที่ เหตุการณ์คงจะย่ำแย่และเลวร้ายกว่านี้อย่างมากมาย

หากย้อนกลับไปในอดีต ภูทับเบิก Ž เคยเป็นสมรภูมิการสู้รบระหว่างรัฐบาลกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ หรือ ผกค. และหลังเสียงปืนยุติลง เหล่า ผกค.ยอมวางอาวุธกลับใจเข้าร่วมเป็นผู้พัฒนาชาติไทย (ผรท.) ตามนโยบาย 66/23

รัฐบาลในสมัยนั้นจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่ ผรท.เหล่านี้ โดยมีกรมประชาสงเคราะห์ขณะนั้นช่วยดูแลและพัฒนาอาชีพ จนทำให้ราษฎรชาวเขาบนภูทับเบิกมีอาชีพหลักในการทำเกษตร ปลูกกะหล่ำปลีเป็นหลัก จนขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกกระหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

จากสภาพภูมิประเทศและสภาพอากาศที่เอื้อต่อการท่องเที่ยว ทำให้ในห้วง 10 ปีให้หลัง ภูทับเบิกŽ กลายเป็นทำเลทองของนายทุนนอกพื้นที่ที่ถือโอกาสเข้าไปซื้อที่ดินหรือเช่าที่ดินเพื่อสร้างรีสอร์ต

จนเริ่มกลายเป็นปฐมบทในยุคผุดรีสอร์ตแทนการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ของเหล่าชาวเขาในพื้นที่ กระทั่งในปี 2558 หลังรีสอร์ตทั้งของนายทุนและชาวเขาในพื้นที่เริ่มผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ทำให้เกิดความแออัดและบดบังความงดงามทางธรรมชาติ

เพื่อใช้มาตรการแบบให้ยาแรง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กดปุ่มมาตรา 44 ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 35/2559 จัดระเบียบภูทับเบิก พร้อมให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเพื่อคืนสภาพป่าภูทับเบิก

กระทั่งเป็นที่มาของการรื้อถอนรีสอร์ตภูทับเบิก คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นจุดเริ่มและจุดเบาะบ่มของความขัดแย้งระหว่างกลุ่มนายทุนและกลุ่มชาวม้งทั้งในและนอกพื้นที่ซึ่งสูญเสียผลประโยชน์และได้รับผลกระทบดังกล่าว กับทางคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จึงเป็นปมประเด็นที่สอดคล้องหลังเกิดเหตุบึ้มเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา เป็นเหตุการณ์ลอบวางระเบิดเป็นครั้งแรกและรุนแรงที่สุดตั้งแต่เริ่มมีปฏิบัติการแก้ไขปัญหาจัดระเบียบเป็นต้นมา

แม้ที่ผ่านมาจะมีเหตุการณ์ก่อม็อบปิดถนนขัดขวางปฏิบัติการรื้อถอนของเจ้าหน้าที่ กระทั่งมีการจับกุมแกนนำดำเนินคดีแต่เหตุการณ์เหล่านี้ก็คลี่คลายไปได้ด้วยดี นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ข่มขู่ลอบวางระเบิดเป็นห้วงๆ ก็ตาม หรือมีการโทรศัพท์ข่มขู่ปองร้าย นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ หรือจะเป็น นายชาญชัย ศรศรีวิชัย อดีตนายอำเภอหล่มเก่า รวมทั้ง นายบุญลาภ สุกใส ผอ.สำนักบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 พิษณุโลกก็ตาม แต่ก็ไม่ได้มีเหตุรุนแรงอะไรเกิดขึ้น

ฉะนั้นทำให้มีการยิงคำถามถึงเบื้องหลังเหตุบึ้มน่าจะเป็นฝีมือหรือการกระทำคนกลุ่มไหน

หากสังเกตได้จากแนวทางสืบสวนและสอบสวนทั้งฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายตำรวจ รวมทั้งข้าราชการระดับบิ๊กๆ พากันปิดปากเงียบและการพูดจามีความระแวดระวังตลอดเวลาทำให้คดีนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน

แม้จะตีวงจำแนกแยกแยะแกะออกมาเป็นกลุ่มต้องสงสัยกลุ่มต่างๆ แต่ฝีมือการดัดแปลงกระสุน ค.81 ให้เป็นระเบิดแสวงเครื่องบวกกับวิธีวางระเบิด รูปแบบและวิธีการใกล้เคียงกับเหตุการณ์สู้รบในยุคสมัยขัดแย้งทางความคิด เพียงแต่จะให้น้ำหนักไปที่ผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดในครั้งนี้จะเป็นคนในพื้นที่หรือพื้นที่ใกล้เคียงหรือไม่เท่านั้น

หรือจะไปลงเอยกับกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์กลุ่มไหน จะเป็นกลุ่มที่เคยมีปัญหาโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และเคยมีความพยายามใช้ความรุนแรงขนาดข่มขู่วางระเบิดหรือไม่นั้น

จึงต้องร้องเพลงรอ รอพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อมัดตัวผู้เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดต่อไป

ที่แน่ๆ จากสมรภูมิรบของกลุ่มแตกต่างความคิด พื้นที่นี้ได้กลายเป็นสมรภูมิห้ำหั่นของกลุ่มที่แตกต่างด้านผลประโยชน์ไปแล้ว

ร่วมแสดงความคิดเห็น