ซีโฟร์บึ้มเอทีเอ็มฉกเงินกว่า 3 แสนหนีลอยนวล

  • หมวดหมู่ : ทั่วไป วันที่ : 14 กันยายน 2560
  • เข้าดู : 15 ครั้ง

เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 13 กันยายน ร.ต.ท.กิติพงศ์ สุนทรวิภาต รอง สว.(สอบสวน) สน.ประเวศ รับแจ้งเหตุมีผู้ร้ายวางระเบิดตู้เอทีเอ็ม หน้าห้างเทสโก้โลตัส สาขากรุงเทพกรีฑา แขวงสะพานสูง เขตประเวศ กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.ปกรณ์ ทองช่วง สว.สส.สน.ประเวศ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิดบก.สปพ.บช.น.
ที่เกิดเหตุอยู่ริมถนนกรุงเทพกรีฑา บริเวณลานจอดรถหน้าห้าง ใกล้ประตูทางเข้าพบเศษเหล็กของตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงเทพ เสียหายแตกกระจัดกระจายอยู่ในรัศมีกว่า 30 เมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจนำเชือกแนวกั้นของตำรวจมาปิดล้อมบริเวณดังกล่าวเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาในพื้นที่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด เข้ามาตรวจสอบชนิดของระเบิด และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานรวบรวมพยานหลักฐาน

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ที่อยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามห้างเทสโก้โลตัส เวลาประมาณ 03.00 น. ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น จึงรีบวิ่งมาดูพบว่ามีเพลิงไหม้อยู่บริเวณตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงเทพ ที่อยู่บริเวณหน้าห้าง พร้อมเห็นจักรยานยนต์ คล้ายยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีดำ ไม่ทราบทะเบียน ผู้ขับขี่สวมเสื้อแจ็กเก็ต สีดำ กางเกงสีดำ ใส่หมวกกันน็อกสีขาวขับขี่ออกมาจากห้างสรรพสินค้าดังกล่าว มุ่งหน้าไปยังถนนศรีนครินทร์ ก่อนมีเจ้าหน้าที่ รปภ.ของห้าง นำถังดับเพลิงมาดับไฟและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์อีกราย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุนอนอยู่บนหอพักติดกับห้างเทสโก้โลตัส ได้ยินเสียงระเบิดดังขี้น 1 ครั้ง จึงออกมาดูที่หน้าต่าง พบไฟกำลังลุกไหม้ตู้เอทีเอ็ม เห็นชายคนหนึ่งกำลังลากกล่องเหล็กสี่เหลี่ยมคาดว่าจะเป็นกล่องบรรจุธนบัตรออกมาจากกองไฟ ก่อนจะนำขึ้นรถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนออกไป คาดว่าเป็นคนร้ายจึงรีบวิ่งลงมาเพื่อไปที่เกิดเหตุแต่ก็ไม่ทัน คนร้ายหลบหนีไปก่อน

ด้าน พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.ประเวศ กล่าวว่า คาดเป็นระเบิดที่มีแรงดันสูง มีอานุภาพทำลายล้างวงกว้าง คนร้ายน่าจะวางระเบิดอยู่บริเวณด้านหลังฝั่งขวาของตู้เอทีเอ็ม เนื่องจากพบร่องรอยการแตกจนทะลุของกำแพงทางด้านขวา เบื้องต้นยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ ต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรืออีโอดี สรุปผล ส่วนการติดตามคนร้ายนั้นต้องตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดและสอบปากคำพยานแวดล้อม เพื่อมาดำเนินการต่อไป

ต่อมาเวลา 09.00 น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.เดินทางมายังที่เกิดเหตุ พร้อมกล่าวว่า ในเบื้องต้นจะต้องนำข้อมูลในฮาร์ดดิสของตู้เอทีเอ็ม ซึ่งมีภาพกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพขณะเกิดเหตุไว้ได้นำมาตรวจสอบ โดยในช่วงเกิดเหตุมีเงินอยู่ 481,700 บาท ในส่วนของระเบิดยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นระเบิดชนิดใด แต่ไม่ใช่ระเบิดแสวงเครื่องอย่างแน่นอน ทั้งนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ ได้สอบปากคำรปภ.ที่ปฏิบัติหน้าที่ขณะเกิดเหตุ และผู้เห็นเหตุการณ์

ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่สน.ประเวศ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าว โดยมี พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.ประเวศ เข้าร่วมประชุม
พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยภายหลังประชุมว่า ได้แบ่งและมอบหมายงานให้เจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการสืบสวนสอบสวน เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีเรียบร้อยแล้ว ล่าสุดยังพบข้อมูลที่เกี่ยวกับเงินในตู้เอทีเอ็มที่มีอยู่จำนวนกว่า 4 แสนบาท แต่คนร้ายได้เงินสดไปเพียง 314,100 บาท เนื่องจากพบว่ายังมีธนบัตรใบละ 500 บาท หลงเหลืออยู่ในที่เกิดเหตุอีกประมาณ 1 แสนบาทที่คนร้ายไม่ได้นำไป

ส่วนกรณีที่ให้น้ำหนักว่าคนร้ายมีความประสงค์ต่อทรัพย์สินนั้น เพราะเชื่อว่าคนร้ายต้องการได้เงินในตู้เอทีเอ็ม ซึ่งการประทุษกรรมครั้งนี้ยอมรับว่าเป็นวิธีพิเศษในการชิงทรัพย์ เพราะมีความแตกต่างไปจากที่อื่น เชื่อว่าคนร้ายมีความรู้ในเรื่องการประกอบระเบิดพอสมควร ก่อนจะมาลงมือก่อเหตุครั้งนี้ แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นคนกลุ่มไหน และยังไม่ตัดประเด็นอื่นทิ้ง
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า คนร้ายรายนี้ประสงค์ต่อทรัพย์สินเป็นหลัก และไม่อยากให้ประชาชนนึกถึงประเด็นการก่อการร้าย หรือการสร้างสถานการณ์เพราะจะมีการเบี่ยงประเด็นไป ซึ่งต้องขอเวลาหาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อเป็นหลักฐานในสำนวนสอบสวนต่อไป โดยสิ่งใดที่สงสัยก็ต้องตรวจสอบทั้งหมด เบื้องต้นต้องตีกรอบการสอบสวนให้กว้างแล้วค่อยให้แคบลงตามลำดับเพื่อให้ได้ตัวคนร้ายให้เร็วที่สุด

สำหรับเรื่องลักษณะคนร้ายนั้น จากการสอบพยานนั้นพบว่า ใช้ยานพาหนะค่อนข้างชัดเจน ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าคลิก สีดำ สภาพเก่า ไม่ติดป้ายทะเบียนอ ส่วนกล้องวงจรปิดที่พบมีทั้งภายในห้างสรรพสินค้าและภายนอก โดยพบว่าคนร้ายใช้ช่วงก่อเหตุเวลาประมาณ 03.28 น. และออกไปเวลา 03.33 น.ใช้เวลา 5 นาที ตั้งแต่เข้ามาจนออกไป โดยขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีมุ่งหน้าไปทางถนนศรีนครินทร์ การก่อเหตุครั้งนี้ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการสร้างสถานการณ์เลียนแบบพฤติกรรมคนร้ายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้แน่นอน เนื่องจากวิธีการและแผนประทุษกรรมแตกต่างกันชัดเจน

"คนร้ายใช้เวลา 5 นาทีในการก่อเหตุดังกล่าว จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีการก่อเหตุโดยใช้ระเบิดทำลายสิ่งคุ้มครองทรัพย์มาก่อน ซึ่งคนร้ายน่าจะประสงค์ต่อทรัพย์มากกว่าเป็นการก่อความไม่สงบหรือเกี่ยวข้องกับความมั่นคง ส่วนสาเหตุที่คนร้ายเลือกใช้วิธีการเช่นนี้เพราะเป็นวิธีการที่ใช้เวลาน้อยและทำลายสิ่งกีดขวางทรัพย์ได้อย่างง่ายดาย" พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าว

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวต่อว่า จากการสอบปากคำเบื้องต้น หัวหน้ารปภ.และพยานที่เห็นเหตุการณ์แจ้งว่าคนร้ายรูปร่างท้วม อายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำ กางเกงขายาวสีดำ ใส่หมวกกันน็อกสีขาวเต็มใบ ใช้จักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นคลิก ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนเป็นพาหนะ โดยขณะเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติหน้าที่อยู่เพียงคนเดียว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบตู้เอทีเอ็มและบริเวณโดยรอบของเจ้าหน้าที่อีโอดี พบว่าแผงปุ่มกดตัวเลขและช่องเงินกระเด็นไปไกลกว่า 50 เมตร และพบว่ามีรอยแรงระเบิดจากบริเวณด้านข้างซ้ายของตู้เอทีเอ็มนั้นคือส่วนที่เปราะบางที่สุด ลักษณะการระเบิดคือการสร้างแรงดันบริเวณนั้นเพื่อผลักให้กล่องเก็บเงินกระเด็นออกมาด้านหน้าอย่างง่ายดาย การลงมือในลักษณะนี้ได้คนร้ายต้องมีความรู้เรื่องตู้เอทีเอ็มและระเบิดเป็นอย่างดี ส่วนระเบิดที่ใช้อาจเป็นซีโฟร์ หรือทีเอ็นที ที่มีอานุภาพทำลายล้างต่ำ
ต่อมาเวลา 10.40 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เดินทางมาติดตามคดีดังกล่าวที่ สน.ประเวศ

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวภายหลังการประชุมว่า เบื้องต้นได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่พฐ. และสามารถยืนยันว่าเป็นการประทุษร้ายต่อทรัพย์ เนื่องจากมีการนำเงินสดไปด้วย ซึ่งเป็นการชิงทรัพย์ในรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุชนิดของระเบิดได้ อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวน บชน. บก. ลงพื้นที่เพื่อสืบหาตัวคนร้ายแล้ว และขณะนี้พอจะทราบเส้นทางคนร้ายหลบหนี แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ และคาดว่าคนร้ายน่าจะลงมือแค่คนเดียว หากรวบรวมหลักฐานเพียงพอแล้วก็จะดำเนินการออกหมายจับทันที ในเบื้องต้นเตรียมแจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำลายสิ่งกีดกั้นที่คุ้มครองทรัพย์
ต่อมาเวลา 13.00 น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ และกล่าวว่า ระเบิดที่คนร้ายใช้มีอานุภาพค่อนข้างรุนแรง และคนที่วางระเบิดก็เป็นคนที่มีความรู้ ด้านวัตถุระเบิด แต่เชื่อว่าเป็นการประสงค์ต่อทรัพย์มากกว่าเอาชีวิตคน เพราะเกิดขึ้นยามวิกาล ซึ่งต้องรอภาพจากกล้องวงจรปิดมาตรวจสอบอีกครั้ง
ด้าน พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ รองผบก.สปพ. หรือ 191 เปิดเผยว่า ระเบิดที่คนร้ายนำมาก่อเหตุนั้น เป็นระเบิดทำลาย คาดว่าเป็น ทีเอ็นที หรือซีโฟร์ ลักษณะเป็นการเดินสายไฟ ตั้งนาฬิกาให้ระเบิด แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นกลุ่มใด เนื่องจากเป็นการใช้วัตถุระเบิดระเบิดตู้เอทีเอ็มเพื่อประสงค์ทรัพย์ที่เกิดขึ้นครั้งแรกและแตกต่างจากทุกเหตุที่เกิดขึ้นเพื่อข่มขู่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อรายงานความคืบหน้าการเก็บหลักฐาน ตรวจพิสูจน์ เหตุระเบิดดังกล่าว

หลังจากนั้นได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า จากการตรวจสอบชิ้นส่วนวัตถุระเบิดที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นระเบิดซีโฟร์ แรงดันสูง น้ำหนักประมาณ 200 กรัม รัศมีการทำลายล้าง 25 เมตร คนร้ายใช้สายชนวนในการจุดระเบิด จากการตรวจสอบไม่ใช่ระเบิดที่ซับซ้อน ธรรมทั่วไป เชื่อว่าคนร้ายหวังผลต่อทรัพย์มากกว่า สังเกตจากแผนประทุษกรรมคือนำระเบิดมาวางไว้บริเวณช่องรับเงินของตู้เอทีเอ็ม
พ.ต.อ.กำธรด้วยว่า การก่อเหตุของคนร้ายเชื่อว่าไม่เกี่ยวกับการเมืองหรือสร้างสถานการณ์อย่างแน่นอน สำหรับคนที่ประกอบระเบิดนั้นไม่จำเป็นต้องมีความชำนาญ มีความรู้ทั่วไปก็สามารถก็ประกอบได้ วัสดุหาง่าย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวชิ้นส่วนระเบิดไว้ตรวจสอบ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลจากห้องปฏิบัติการ
วันเดียวกันที่กองทัพภาคที่ 1 พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า รอรับรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยข่าว และตรวจสอบเจตนาผู้ก่อเหตุจากภาพกล้องวงจรปิด ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ทำงานก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับประเด็นการเมืองหรือไม่ พล.ท.อภิรัชต์ กล่าวว่า ขอให้ตรวจสอบก่อน อย่าเพิ่งด่วนสรุป ขอให้ดูผลลัพธ์สุดท้ายของการสืบสวน อย่าเพิ่งด่วนสรุป เพราะอาจจะเป็นแค่การปล้นทรัพย์ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้สรุปว่าเกิดจากสาเหตุใด ซึ่งการระเบิดตู้เอทีเอ็มอาจตีความได้หลายอย่าง ขอสื่ออย่าด่วนสรุป ผู้บังคับบัญชาเองก็กำลังประมวลจากข้อมูลต่างๆ หน่วยข่าวกรองและตำรวจก็กำลังเร่งดำเนินการ ก็จะรายงานให้ผบ.ทบ.ที่จะรายงานต่อรมว.กลาโหม และนายกรัฐมนตรีทราบต่อไป
"ไม่ใช่รีบไปจับใครมา ในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความรอบคอบในการติดตามคดีในเหตุการณ์ต่างๆ เพราะไม่เช่นนั้นจะถูกกล่าวหาว่าไปจับแพะจับแกะซึ่งไม่ใช่ ขอให้เห็นใจ ผมเชื่อว่าในไม่ช้าการประมวลภาพข่าวจะเรียบร้อยและจะทราบข้อเท็จจริง" มทภ.1 กล่าว
- หน้า 1 คมชัดลึก

ที่มา คมชัดลึกออนไลน์ - ข่าวอาชญากรรม

ร่วมแสดงความคิดเห็น