กินมั้ย" " ซาชิมิไก่" ความเสี่ยงจากการกินอาหารดิบแบบญี่ปุ่น

  • หมวดหมู่ : ไลฟ์สไตล์ วันที่ : 13 กันยายน 2560
  • เข้าดู : 47 ครั้ง

กินมั้ย   ซาชิมิไก่  ความเสี่ยงจากการกินอาหารดิบแบบญี่ปุ่น
ความเสี่ยงจากการกินอาหารดิบแบบญี่ปุ่น โดยเฉพาะเนื้อไก่ซึ่งแม้ว่ากระทรวงสาธารณสุขของญี่ปุ่นจะไม่สั่งห้าม แต่ปัญหาก็มีอยู่จริง

เรื่อง: พงษ์ จินดา ที่ญี่ปุ่นการกินไก่ดิบไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ร้านไก่ย่างที่นู่นมีให้เลือกกินทั้งแบบ ซาชิมิ หรือ ทาทากิ (การเอาชิ้นเนื้อมาโดนความร้อนนิดหน่อยพอให้เนื้อภายนอกเปลี่ยนสีเพื่อเอากลิ่นหอม และเนื้อสัมผัสที่แตกต่างจากเนื้อใน) ซึ่งเป็นเมนูปกติที่มีให้เห็นอยู่ทั่วประเทศ มันไม่มันอ่ะ ส่วนตัวเราต้องบอกว่ารักเลย แล้วก็ไม่เคยกังวลด้วยว่ามันจะทำให้เกิดอาหารเป็นพิษรึเปล่า พนักงานบริษัทวัย 39 ปี ซึ่งกินซาชิมิไก่อย่างเอร็ดอร่อยในร้านอาหารแห่งหนึ่งในโตเกียวกล่าวกับ Asahi Shimbun ขณะที่เจ้าของร้านก็กล่าวกับสื่อญี่ปุ่นว่า ซาชิมิและทาทากิไก่ถือเป็นอาหารยอดนิยมของร้านเราตั้งแต่เปิดตัวมาเลย (กว่า50 ปีแล้ว) ซึ่งเราก็ระมัดระวังเรื่องแบคทีเรียเป็นอย่างดี เถ้าแก่เนี้ยยังบอกว่า ตั้งแต่ร้านของเธอเปิดกิจการมากยังไม่เคยโดนลูกค้าร้องเรียนว่าท้องเสียด้วย แม้คนญี่ปุ่นจะชอบกินของดิบสารพัดอย่าง แต่ก็ใช่ว่า ทางรัฐบาลจะปล่อยให้เอาเนื้อดิบมาขายกินได้ทุกชนิด ที่ห้ามเลยก็มีเนื้อหมู และตับวัวดิบ เป็นต้น ส่วนเนื้อไก่ไม่ได้ห้ามไว้ จึงมีคนขายและคนกินอย่างแพร่หลาย แต่ในเนื้อไก่ดิบๆ ก็มีเชื้อโรคอันตรายที่ทำให้คนเจ็บป่วยได้ ในญี่ปุ่นหลักๆ ก็คือ แคมไพโลแบคเตอร์ (campylobacter) ซึ่งพบในลำไส้ของไก่และสัตว์อีกหลายชนิด โดยแบคทีเรียชนิดนี้เป็นต้นเหตุของปัญหาอาหารเป็นพิษในญี่ปุ่นถึง 60% จำนวนคนที่ต้องเจ็บป่วยก็มีไม่น้อยทีเดียว ตัวเลขของกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่น เฉพาะเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมของปี 2016 มีเคสคนป่วยจากแคมไพโลแบคเตอร์ 56 เคส มีคนที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 395 คน และกว่าครึ่งได้รับการวินิจัยว่าเกิดมาจากการกินเนื้อไก่ รายงานของกระทรวงฯ อีกชิ้นยังพบว่า เนื้อไก่ดิบตัวอย่างที่นำมาตรวจกว่า 67% พบแบคทีเรียชนิดนี้ และความสดของเนื้อไก่ก็ไม่ได้แปลว่า มันจะปลอดภัยแต่อย่างใด อย่างไรก็ดี คณะผู้เชี่ยวชาญที่ทางกระทรวงฯ ตั้งขึ้นในปี 2013 เพื่อพิจารณาความเสี่ยงจากการกินเนื้อดิบรวมไปถึงเนื้อม้า เนื้อกวางและสัตว์ป่าอื่นๆ ก็ยังมองว่าไก่ดิบมีความเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายต่อชีวิตน้อยกว่าเนื้อหมู หรือเครื่องในวัว (มีคนญี่ปุ่นกินตับวัวดิบจนตายมาแล้วถึงได้มีคำสั่งห้าม) พวกเขาจึงแนะว่า อย่าเพิ่งไปแบนเนื้อไก่ดิบแบบทันทีทันควัน ช่วยแนะนำวิธีการที่จะลดการปนเปื้อนของแบคทีเรียน่าจะดีกว่า แต่ความเสี่ยงจากการกินเนื้อไก่ดิบก็ไม่ได้มีแค่เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์เท่านั้น เชื้อโรคอีกตัวที่พบมากในเนื้อไก่ก็คือเชื้อซัลโมเนลลา (salmonella) ซึ่งก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหารได้เหมือนกัน มันอาจจะไม่พบเยอะในญี่ปุ่นรายงานของ Asahi Shimbun จึงไม่ได้กล่าวถึง แต่ในเมืองไทยพบเชื้อชนิดนี้ค่อนข้างมาก โดยในการสุ่มตรวจเนื้อสัตว์จากโรงฆ่าสัตว์ทั่วประเทศโดยสำนักสุขศาสตร์สัตว์และสุขอนามัยที่ 1-9 พบว่าในปี 2549 พบเชื้อซัลโมเนลลา 1,884 ตัวอย่างจากตัวอย่างที่ส่งตรวจทั้งหมด 4,014 ตัวอย่าง (46.93%) ในปี 2550 พบเชื้อซัลโมเนลลา 2,033 ตัวอย่างจากตัวอย่างที่ส่งตรวจทั้งหมด 4,360 ตัวอย่าง (46.62%) และปี 2551 พบเชื้อซัลโมเนลลา 835 ตัวอย่างจากตัวอย่างที่ส่งตรวจทั้งหมด 1,642 ตัวอย่าง (50.85%) ถ้าจะดูเฉพาะไก่อย่างเดียวก็มีตัวเลขการสำรวจจากคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี 2546 ซึ่งตรวจพบเชื้อซัลโมเนลลาปนเปื้อในเนื้อไก่ที่จัดจำหน่ายในตลาดสดสูงถึง 63.7% (65 ตัวอย่าง จาก 100 ตัวอย่าง) ส่วนในซุปเปอร์มาร์เก็ตพบราว 19.1% (25 ตัวอย่าง จาก 131 ตัวอย่าง) หากใครสนใจอยากจะกิน ไก่ดิบ แบบญี่ปุ่นก็อาจจะต้องระวังให้ดี โดยเฉพาะถ้าจะมาหากินในเมืองไทยที่ดูแล้วมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้ออันตรายได้แบบครึ่งต่อครึ่ง แม้ว่ามันจะมิได้มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นอันตรายต่อชีวิตก็ตาม ***ติดตามเนื้อหาจาก GM Live จากช่องทางเหล่านี้

Facebook คลิกที่นี่ Twitter คลิกที่นี่ Instagram คลิกนี่ และ Line@ กดติดตามที่ด้านล่าง

เพิ่มเพื่อน

ที่มา GM Live

ร่วมแสดงความคิดเห็น