จี้" บิ๊กตู่" ขอกลับไปเปิด-ปิดภาคเรียนตามเดิม

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 6 กันยายน 2560
  • เข้าดู : 44 ครั้ง

6 องค์กรมหาวิทยาลัยเดินหน้ายื่นหนังสือถึงนายกฯจี้กลับเปิด-ปิดภาคเรียนตามเดิม เนื่องจากสร้างผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการจัดการเรียนการสอน

วันนี้( 5ก.ย.) ศูนย์บริการประชาชน สำนักนายกรัฐมนตรี รศ.ดร.ชัยวุฒิ ฉัตรอุทัย ประธานที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย(ปอมท.) พร้อมด้วย ผู้แทนจากที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย (ทปสท.).ที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ปคมทร.) สภาคณบดีคณะครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์ประเทศไทย(ส.ค.ศ.ท.) สภาคณบดีสาขาเกษตรแห่งประเทศไทย และศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ หรือCHESได้ยื่นหนังสื่อเรื่องขอให้ทบทวนการเปิด-ปิดภาคเรียนของสถาบันอุดมศึกษาไทยต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมีนายพีระ ทองโพธิ์ ผู้ช่วยปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี รับเรื่องแทน

รศ.ดร.ชัยวุฒิ กล่าวว่า หนังสือที่ยื่นต่อนายกรัฐมนตรี มีสาระสำคัญว่าตามมติที่ประชุมอธิการบดีงประเทศไทย(ทปอ.) กำหนดให้สถาบันอุดมศึกษาปรับเปลี่ยนปฎิทินการศึกษาตามอาเซียนตั้งแต่ปีการศึกษา 2557โดยสถาบันอุดมศึกษาเกือบทุกแห่งต้องปรับเปลี่ยนภาคเรียนที่ 1 เป็นเปิดเดือนสิงหาคมถึงเดือนธันวาคม และเปิดภาคเรียนที่ 2 เดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งพบว่าไม่ตรงกับหลายประเทศในอาเซียนและการปรับเปลี่ยนดังกล่าวทำให้ระบบการศึกษาไทยขาดเอกภาพ เนื่องจากไม่มีความต่อเนื่องระหว่างอุดมศึกษากับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้สร้างผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการจัดการเรียนการสอน การจัดกิจกรรมทางวิชาการ การเกณฑ์ทหาร การสมัครงาน เกิดการสิ้นเปลื้องพลังงานไฟฟ้าและ ทรัพยากรน้ำ เนื่องจากในภาคเรียนที่ 2 เป็นช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย ทำให้สถาบันอุดมศึกษาต้องใช้ไฟฟ้าและน้ำเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังทำให้ประสิทธิภาพในการเรียนรู้ของนักศึกษาลดลง เพราะอากาศที่ร้อนจัด และยังเป็นอุปสรรคต่อการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมไทย เนื่องจากเดือนเมษายนเป็นเดือนแห่งวัฒนธรรมไทย และมีวันหยุดยาวหลายวัน

6 องค์กร ได้แก่ ปอมท. ,ทปสท.,ปคมทร.,ส.ค.ศ.ท. ,CHESและสภาคณบดีสาขาเกษตรแห่งประเทศไทยมีความเห็นตรงกันว่าการกำหนดวันเปิด-ปิดภาคเรียนของไทยควรกำหนดตามสภาพภูมิอากาศและวัฒนธรรมของประเทศไทย โดยให้สถาบันอุดมศึกษาเปิดภาคเรียนที่1 ในเดือนมิถุนายนและเปิดภาคเรียนที่ 2 ภายในสิ้นเดือนมีนาคม โดยขอให้นายกฯเร่งพิจารณาทบทวน เพื่อให้สามารถเริ่มเปิด-ปิดภาคเรียนตามข้อเสนอดังกล่าวได้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 เป็นต้นไป เนื่องจากปีการศึกษา 2561 ได้กำหนดตารางเวลาของระบบการสอบคัดเลือกนิสิตนักศึกษาไว้แล้วจึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ”รศ.ดร.ชัยวุฒิ กล่าว

 

ที่มา https://www.dailynews.co.th/education/596399

ร่วมแสดงความคิดเห็น